ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี
|
พ.ศ. 2522 |
|
สำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการกลุ่มประชาคมยุโรปประจำภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปิดทำการ ณ กรุงเทพฯ ดูแล 11 ประเทศจากปากีสถานจรดฟิลิปปินส์ (บังคลาเทศ ภูฐาน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา และไทย) |
|
พ.ศ. 2523 |
|
อาเซียนและประชาคมยุโรปลงนามความตกลงความร่วมมือเพื่อวางกรอบการทำงานที่จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทางด้านเศรษฐกิจและการค้า และยังคงเป็นหลักสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสององค์กรมาจนถึงทุกวันนี้ |
|
พ.ศ. 2533 |
|
เนื่องจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไทยและอียูจึงตัดสินใจหันมาเน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจแทนที่การช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา |
| สำนักงานคณะผู้แทนฯรวมประเทศเวียดนามเป็นพื้นที่ภายใต้การดูแลภายหลังเวียดนามเริ่มความสัมพันธ์ทางการทูตกับอียู |
|
พ.ศ. 2535 |
|
อียูเริ่มใช้นโยบายร่วมด้านการต่างประเทศและความมั่นคงตามที่ระบุในสนธิสัญญามาสทริซต์ เพื่อเพิ่มอำนาจของคณะกรรมาธิการยุโรปในด้านการเมืองและความมั่นคง |
|
พ.ศ. 2539 |
|
การประชุมร่วมเอเชีย-ยุโรป หรือ อาเซม จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ โดยมีประเทศสมาชิกอียูเข้าร่วม 15 ประเทศ ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม 7 ประเทศ รวมทั้งญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ การประชุมครั้งนี้ได้ขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ของอียูและอาเซียน ทั้งยังมีการวางโครงการเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อียู-เอเชียในด้านต่างๆในอนาคต |
|
พ.ศ. 2541 |
|
ประเทศสมาชิกการประชุมร่วมเอเชีย-ยุโรปร่วมกันจัดตั้งกองทุนอาเซม (ASEM Trust Fund) เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียปี 2540 กองทุนดังกล่าวมีมูลค่ารวม 84.6 ล้านยูโร ในจำนวนนี้มาจากคณะกรรมาธิการยุโรปถึงร้อยละ 45 |
|
พ.ศ. 2546 |
|
ไทยประกาศไม่ขอรับเงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาจากต่างประเทศอีกต่อไป และเสนอให้ประเทศผู้บริจาคหันไปให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเพื่อนบ้านที่ยากจนกว่าของไทย |
|
พ.ศ. 2547 |
|
อียูประกาศเจตนารมณ์ในการเปิดการเจรจาความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือแบบทวิภาคีกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย |
|
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจเปิดทำการ ณ สำนักงานคณะผู้แทนฯ ในกรุงเทพฯ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจทำหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าสู่ตลาดยุโรปและช่วยผู้ส่งออกมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆของอียู |
|
สำนักงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของคณะกรรมาธิการยุโรป หรือ ECHO ส่วนภูมิภาคเปิดทำการที่กรุงเทพฯ โดยรับผิดชอบวิกฤติที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ตลอดจนแปซิฟิก |
|
อียูเปิดตัวโครงการทุนอีราสมุส มุนดุส เพื่อจัดสรรทุนและส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษากับประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย |
|
พ.ศ. 2549 |
|
อียูระงับความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยภายหลังการรัฐประหาร |
|
พ.ศ. 2550 |
|
เริ่มการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-อียู |
|
พ.ศ. 2551 |
|
อียูเริ่มความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลไทยอีกครั้งหลังจากการเลือกตั้งทั่วไป |
|
พ.ศ. 2553 |
|
สำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการกลุ่มประชาคมยุโรปเปลี่ยนเป็นสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโีรปภายหลังการให้สัตยาบันสนธิสัญญาลิสบอน |