การศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ในปี 2551 ประเทศไทยมีนิสิตนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยรวมทั้งหมดเกินกว่าสองล้านคนใน 164 สถาบัน โดยในจำนวนนี้ มีนักศึกษาต่างชาติอยู่เป็นจำนวน 20,000 คน นอกจากนี้ ในช่วงปี 2549-2552 รัฐบาลไทยก็ได้ส่งนิสิตนักศึกษาชาวไทยไปศึกษาต่อในชาติสมาชิกสหภาพยุโรปราว 6,000 คน โดยมีสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และอิตาลีเป็นชาติที่ได้รับความนิยมสูงสุด
ภายใต้โครงการ TEC II สหภาพยุโรปจะให้ความช่วยเหลือทางด้านการศึกษาแก่ประเทศไทยในสองด้านใหญ่ๆ ด้วยกัน

ก) การเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา 

ระบบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยในปัจจุบัน ยังคงต้องเผชิญกับปัญหาในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดทางทรัพยากรหรือการขาดแคลนระบบมาตรฐานการศึกษาในระดับนานาชาติสำหรับชาติในภูมิภาคอาเซียน ด้วยเหตุนี้ สหภาพยุโรปจึงมีความต้องการที่จะสนับสนุนให้ระบบการศึกษาของประเทศไทยสามารถปฏิบัติงานและพัฒนาไปได้ในทิศทางเดียวกับชาติอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนและชาติสมาชิกสหภาพยุโรป อันจะนำไปสู่ความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสถาบัน องค์กร เครือข่าย และการแลกเปลี่ยนนักเรียนนักศึกษาในทั้งสองภูมิภาค

ข) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

สหภาพยุโรปได้ให้การสนับสนุนโครงการวิจัยต่างๆ ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างสหภาพยุโรปและชาติอาเซียน (EU-ASEAN Science and Technology Dialogue) และโครงการส่งเสริมงานวิจัยและการพัฒนาทางเทคโนโลยีครั้งที่ 7 (7th Framework Programme for Research and Technological Development หรือ FP7) และด้วยกรอบโครงการ TEC II นี้ สหภาพยุโรปก็จะสามารถให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่สถาบันวิจัยต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนักวิจัยไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานโลก