กรรมาธิการฮันเซนเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนระดับสูงในประเทศไทย เพื่อกระชับความร่วมมือด้านเกษตรอาหารและการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและไทย
ภารกิจการเยือนดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 โดยมีคณะผู้แทนระดับสูงจากภาคเกษตรและอาหารของยุโรปเข้าร่วม ในการเยือนครั้งนี้ กรรมาธิการฮันเซนได้หารือกับรัฐมนตรีไทย หน่วยงานภาครัฐ ผู้นำภาคธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีด้านเกษตรและอาหาร การผลิตที่ยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร นวัตกรรม สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และการเข้าถึงตลาด
ภารกิจครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของสหภาพยุโรปและไทยในการขับเคลื่อนภาคเกษตรที่ยั่งยืน ส่งเสริมนวัตกรรม และเสริมสร้างระบบอาหารที่มีความเข้มแข็งและยืดหยุ่น พร้อมทั้งกระชับความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
กรรมาธิการฮันเซนกล่าวว่า
“ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญและได้รับความไว้วางใจจากสหภาพยุโรปมาอย่างยาวนานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับศาสตรจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ และ นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ในระหว่างการเยือนประเทศไทยครั้งนี้
ภารกิจการเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระชับความร่วมมือด้านเกษตรและอาหาร สร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจและผู้ผลิตของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาระบบเกษตรและอาหารที่มีความยั่งยืนและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
สินค้าเกษตรและอาหารจากสหภาพยุโรปได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลกในด้านรสชาติ คุณภาพ ความปลอดภัย และความเป็นต้นตำรับ และเรามองเห็นศักยภาพอย่างมากในการต่อยอดความร่วมมือกับไทยในด้านนี้ ไทยและสหภาพยุโรปต่างให้คุณค่ากับอาหารที่มีคุณภาพ และผมยังมีโอกาสได้สัมผัสและลิ้มลองอาหารไทยหลายรายการระหว่างการเยือนครั้งนี้ด้วย”
EUDEL Thailand
EUDEL Thailand
ภารกิจการเยือนครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของความร่วมมือด้านการค้า ภายใต้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหภาพยุโรปและไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าอันดับสี่ของไทย การค้าระหว่างไทย – สหภาพยุโรปมีมูลค่าสี่หมื่นสี่พันสามร้อยล้านยูโร คิดเป็นร้อยละ 7.2 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทย ภายใต้ความสัมพันธ์ทางการค้าดังกล่าว การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารจากสหภาพยุโรปมายังประเทศไทยมีมูลค่าประมาณหนึ่งพันล้านยูโรต่อปี
สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์นม ไวน์และสุรา ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ น้ำมันมะกอก และอาหารแปรรูป
กำหนดการสำหรับคณะผู้แทนระดับสูงจากยุโรปประกอบด้วยกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การแลกเปลี่ยนข้อมูลรายสาขา และกิจกรรมสร้างเครือข่าย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและโอกาสการลงทุนในระยะยาว รวมถึงการเข้าร่วมงาน THAIFEX–Anuga Asia 2026
พาวิลเลียนสหภาพยุโรปในงาน THAIFEX–Anuga Asia 2026 ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายจากทั้ง 27 ประเทศสมาชิก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารได้ค้นพบรสชาติใหม่ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเรียนรู้คุณค่าที่โดดเด่นของผลิตภัณฑ์จากยุโรป นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสาธิตการปรุงอาหาร การชิมผลิตภัณฑ์ และการให้ข้อมูลตลอดการจัดงาน
ในโอกาสดังกล่าว กรรมาธิการยุโรปด้านเกษตรและอาหารฮันเซนได้มอบประกาศนียบัตรสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI Certificate) ให้แก่ผู้ผลิต “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” (PGI) ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์รายการล่าสุดของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป
EUDEL Thailand
ข้อมูลพื้นฐาน
กรรมาธิการฮันเซนเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูงจากบริษัทและองค์กรด้านเกษตรและอาหารของยุโรป
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของสหภาพยุโรปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นตลาดสำคัญสำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารจากยุโรป โดยการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปและไทย (EU–Thailand FTA) ได้กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในปี 2566
ข้อมูลเพิ่มเติม