คำกล่าวของ ฯพณฯ นายเดวิด เดลี เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองวันยุโรป พ.ศ. 2566

คำกล่าวของ ฯพณฯ นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองวันยุโรป พ.ศ. 2566 ณ งานเลี้ยงรับรอง “มิตรของสหภาพยุโรป” เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2566





ฯพณฯ คณาจารย์ ท่านสุภาพบุรุษและสตรี และเพื่อนๆ ทุกท่าน



ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ต้อนรับทุกท่านสู่งานเลี้ยง “Friends of Europe” หรือ “มิตรของสหภาพยุโรป” และขอขอบพระคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่มาร่วมงานของเราในวันนี้ ทุกท่าน ณ ที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของสัมพันธไมตรีอันงอกงามระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป

เราเฉลิมฉลองทั้งวันยุโรปและกว่า 60 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตของสหภาพยุโรปกับประเทศไทย



ในวันที่ 9 พฤษภาคมของทุกปีถือเป็นวันยุโรป ซึ่งเป็นเหมือนวันเกิดของสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปถือกำเนิดขึ้นจากเถ้าถ่านของสงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีจุดประสงค์ในการป้องกันการเกิดสงครามขึ้นอีกในยุโรป เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศส นายโรแบร์ท ชูมัน ได้หว่านเม็ดพันธุ์แห่งความคิดที่ว่าหากประเทศต่างๆ ในยุโรป โดยเฉพาะศัตรูในประวัติศาสตร์ สามารถร่วมกันจัดการอุตสาหกรรมถ่านหิน เหล็ก และเหล็กกล้า ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการทำสงคราม ได้ พวกเขาอาจหลุดพ้นจากกลียุคแห่ง ’สงครามกลางเมืองยุโรป’ ที่เกิดขึ้นทุกๆ 50 ปี มาเป็นเวลากว่าหลายร้อยปีก็เป็นได้



รากฐานของสหภาพยุโรปคือการสร้างสันติภาพ    



เมื่อกาลเวลาผ่านไป แนวคิดนี้ก็กลายมาเป็นสหภาพยุโรปในปัจจุบัน จากสมาชิกแรกเริ่ม 6 ประเทศเป็น 27 ประเทศสมาชิกในปัจจุบัน ตั้งแต่ถ่านหินและเหล็กกล้าไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การค้า การพัฒนาที่ยั่งยืน สกุลเงินร่วม และอื่นๆ อีกมาก

ตลอดหลายทศวรรษแห่งความสำเร็จของสหภาพยุโรป ที่สงครามระหว่างประเทศสมาชิกกลายเป็นเรื่องที่คาดคิดไม่ถึง พวกเราต่างตกใจกับการรุกรานที่ปราศจากการยั่วยุและไร้ความชอบธรรมของรัสเซียต่อยูเครน การรุกรานครั้งนี้มีผลกระทบระดับโลกและตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดแบบเขตอิทธิพลซึ่งเชื่อว่าอำนาจคือความชอบธรรม สิ่งนี้ควรถูกกักขังไว้ในอดีต และไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับได้ในศตวรรษที่ 21



ขณะที่ในสหภาพยุโรปกำลังเจริญงอกงามทั้งด้านจำนวนสมาชิกและนโยบาย ความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรต่างๆ รอบโลกก็เจริญงอกงามเช่นเดียวกัน



ประเทศไทยคือประเทศที่มีความสำคัญในภูมิภาคที่สำคัญ



เราเฉลิมฉลองวาระครบรอบกว่า 60 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศไทย ความสัมพันธ์นี้ได้เติบโตและเบ่งบานตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้ในบางครั้งจะมีลมที่ทำให้เราต้องหยุดพัก หรืออาจทำให้ไมตรีนี้โค้งงอไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยแตกหัก อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ประชาธิปไตยของประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีนี้ ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยกลับมาแบ่งบานอีกครั้ง และมีแต่จะแน่นแฟ้นมากขึ้น

ปีที่แล้ว เราได้ลงนามในข้อตกลงที่มีความสำคัญทางการเมือง คือข้อตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (Partnership and Cooperation Agreement) เมื่อนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา (พ.ศ.2565) เราได้จัดการประชุมระดับผู้นำสมัยพิเศษสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN Commemorative Summit) ในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธ์ศาสตร์เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากประเทศไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งในฐานะที่ประเทศไทยเป็นผู้ประสานงานของอาเซียนด้านความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปเมื่อหลายปีก่อนด้วย



เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และ รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปด้านเศรษฐกิจและกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า นายวัลดิส โดมโบรฟสกิสได้ประกาศการกลับมาเริ่มเจรจาอีกครั้งของข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ต่อไปในปีนี้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติของไทยได้เข้าร่วม European Security and Defence College ณ กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือที่พัฒนาขึ้นในด้านความมั่นคง

ในสัปดาห์นี้ นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ จะเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของสหภาพยุโรปเพื่อหารือเกี่ยวกับภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม โดยผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง และประเทศสวีเดนในฐานะประธานสภาแห่งสหภาพยุโรป



ในเดือนหน้า เราจะลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการทูต



ความสัมพันธ์ของเรากำลังเข้าสู่พลวัตใหม่

เส้นทางสู่ประชาธิปไตยของประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และผมหวังว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้จะเป็นหมุดหมายที่สำคัญต่อไปบนเส้นทางสายนี้ ในประชาธิปไตยทุกแบบของเรา เราต่างเผชิญกับความท้าทายในการรับประกันกระบวนการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ ครอบคลุม และโปร่งใส โดยการสนับสนุนจากสถาบันต่างๆ ที่เป็นอิสระ

สหภาพยุโรปพร้อมที่จะทำงานต่อไปร่วมกับรัฐบาลใดก็ตามที่เป็นผลสะท้อนมาจากเจตจำนงของประชาชนชาวไทย ตามผลการตัดสินของหีบใส่บัตรลงคะแนน

สุดท้ายนี้ ผมขอชื่นชมโครงการ EU Policy Outreach and Partnership Programme (EUPOP) ที่ได้ช่วยเสริมสร้างสัมพันธไมตรีกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งในหลายครั้งได้ดำเนินการไปมากกว่าการเจรจาเชิงนโยบายที่ดำเนินการกันเป็นประจำไปสู่ประเด็นที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่เรื่องความอดทนอดกลั้นและความเคารพในสังคม มรดกทางวัฒนธรรมของสหภาพยุโรปในกรุงเทพฯ และการพัฒนาเมือง ชุดเวทีเสวนาสาธารณะระหว่างสหภาพยุโรปกับสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปจนถึง     แนวปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อมอันยั่งยืนด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ



ภายใต้โครงการนี้เมื่อสองวันที่แล้ว ผมได้ร่วมปลูกต้นไม้มิตรภาพ ณ สวนลุมพินี ร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังได้บริจาคต้นไม้ทั้งหมด 600 ต้นแก่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นเพื่อเมืองสีเขียวด้วย

ความผูกพันของเรากับประเทศไทยเปรียบเสมือนการต่อจิ๊กซอว์ โดยมี EU Policy Outreach and Partnership Programme ได้ช่วยสรรสร้างชิ้นส่วนด้วยสีสันที่งดงาม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับนักวิชาการ เยาวชน องค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชน และภาคธุรกิจต่างๆ ขอบคุณ EUPOP



ผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่เดินทางมาร่วมงานในวันนี้ ขอบคุณโรงแรมสยามเคมปินสกี้ ขอบคุณเสียงเพลงอันไพเราะจากกลุ่มนักเรียนจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และแขกรับเชิญชาวยูเครน



ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับค่ำคืนนี้

ขอบคุณสำหรับความสนใจของทุกท่านครับ ขอบคุณนะครับ สวัสดีครับ