สหภาพยุโรปเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อสนับสนุนแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาในประเทศไทย

21.04.2026
กรุงเทพมหานคร
Press and information team of the Delegation to THAILAND

กรุงเทพฯ, 20 เมษายน 2569 – สหภาพยุโรปได้เปิดตัวโครงการใหม่ภายใต้ชื่อ “Supporting Thailand’s Transition to Self-Reliance & Inclusion: Preparing Myanmar Displaced Persons for Inclusive Future” โดยมีมูลค่าการสนับสนุนทางการเงินรวม 15 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 570 ล้านบาท

ฯพณฯ นางหลุยซา ราเกอร์ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) กลุ่มความร่วมมือของ International Rescue Committee และ Expertise France ได้ร่วมลงนามในความตกลงฉบับใหม่ เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี รวมถึงแรงงานข้ามชาติที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่พักพิงชั่วคราวในจังหวัดตาก เพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและการมีส่วนร่วมในสังคมไทย

SELECTED_008.JPG

โครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังพัฒนานโยบายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยการสู้รบสามารถเข้าถึงการจ้างงานอย่างถูกกฎหมายและบริการของรัฐ โครงการจะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวผ่านการเสริมสร้างระบบสาธารณสุข การพัฒนากลไกคุ้มครองเด็ก และการขยายโอกาสด้านอาชีพ พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านมนุษยธรรมและหน่วยงานของรัฐไทย โดยมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนผ่านจากความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ดำเนินมาเป็นเวลายาวนานไปสู่แนวทางที่ยั่งยืนและยึดโยงกับระบบในประเทศ

ฯพณฯ นางหลุยซา ราเกอร์ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า:

“สหภาพยุโรปยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนประเทศไทยในการพัฒนาแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนี้ ความร่วมมือของเรามุ่งให้ผู้หนีภัยการสู้รบไม่เพียงได้รับการคุ้มครอง แต่ยังสามารถพึ่งพาตนเองและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มที่ เรากำลังร่วมกันสร้างเส้นทางสู่ศักดิ์ศรี ความเข้มแข็ง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน”

นางสาวพินท์สุดา ชัยนาม อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า:

“ประเทศไทยขอชื่นชมการตัดสินใจของสหภาพยุโรปในการเพิ่มงบประมาณสนับสนุนโครงการระหว่างปี พ.ศ. 2569 – 2571จาก 12 ล้านยูโรเป็น 15 ล้านยูโร การสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นนี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในช่วงที่เรากำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาความช่วยเหลือไปสู่การพึ่งพาตนเองและการมีส่วนร่วมในสังคมของผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา”

นางแทมมี ชาร์ป ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า:

“โครงการนี้เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการคุ้มครองและการมีส่วนร่วมของผู้หนีภัยการสู้รบในประเทศไทย ผ่านการเสริมสร้างระบบคุ้มครองเด็กและการสนับสนุนการเข้าถึงบริการของรัฐและโอกาสในการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้หนีภัยสามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี พร้อมทั้งวางรากฐานสำหรับแนวทางแก้ไขในระยะยาว”

นายดาร์เรน เฮิร์ตซ์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย International Rescue Committee กล่าวว่า:

“โครงการนี้ ต้องการผลักดันให้ผู้พลัดถิ่นสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นอย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งพัฒนาทักษะและโอกาสที่จำเป็นสำหรับการพึ่งพาตนเอง การสนับสนุนด้านอาชีพและการมีส่วนร่วมในสังคมจะช่วยให้ครอบครัวสามารถปรับตัวในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ได้อย่างมั่นใจและเข้มแข็งยิ่งขึ้น”

นายเอริก เฟลอเตอลอท์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค กลุ่มงานโรคระบาด กรมสุขภาพ Expertise France กล่าวว่า:

“การเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนและครอบคลุม โครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างระบบสาธารณสุขในพื้นที่ สนับสนุนบุคลากรด่านหน้า และขยายการเข้าถึงบริการสำหรับกลุ่มเปราะบาง”
 

IMG_00176.JPG

เกี่ยวกับโครงการ
โครงการประกอบด้วยโครงการความร่วมมือมูลค่า 10.5 ล้านยูโร โดยจะดำเนินการนำโดย International Rescue Committee เพื่อสนับสนุนบริการที่จำเป็นและการเตรียมความพร้อมด้านการจ้างงานสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบใน พื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง โดยมีพันธมิตร ได้แก่ Save the Children Thailand, COERR, Malteser International, ADRA และ Humanity and Inclusion

โครงการมูลค่า 2 ล้านยูโร ดำเนินการนำโดย Expertise France ร่วมกับ Borderland Health Foundation, Dreamlopments, แม่ตาวคลินิค และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เพื่อปรับปรุงการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในจังหวัดตาก

นอกจากนี้ ยังมีโครงการมูลค่า 2.5 ล้านยูโร ดำเนินการนำโดย สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างระบบคุ้มครองเด็กและสนับสนุนการบูรณาการผู้หนีภัยการสู้รบเข้าสู่ระบบของประเทศ 

โครงการจะสนับสนุนทั้งผู้หนีภัยการสู้รบและแรงงานข้ามชาติ โดยเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การคุ้มครองเด็ก และบริการที่จำเป็น พร้อมทั้งขยายโอกาสด้านอาชีพให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก คนพิการ และผู้หญิงที่เผชิญความเสี่ยงสูง

ข้อมูลพื้นฐาน
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถานการณ์ผู้ลี้ภัยยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมากกว่า 80,000 คนอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดน

นโยบายรัฐบาล รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยสามารถเข้าถึงการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย ถือเป็นก้าวสำคัญสู่แนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างปลอดภัย เป็นระเบียบ และครอบคลุม

สหภาพยุโรปเป็นพันธมิตรระยะยาวในการสนับสนุนผู้หนีภัยการสู้รบและชุมชนเจ้าบ้านในประเทศไทย โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรสหประชาชาติ และภาคประชาสังคม

ดาวน์โหลดข่าวแจกได้ที่: