ถ้อยแถลงร่วม การประชุมคณะกรรมการร่วมไทย–สหภาพยุโรป ครั้งที่ 2
1. เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569 ไทยและสหภาพยุโรปได้จัดการประชุมคณะกรรมการร่วมสหภาพยุโรป-ไทย ครั้งที่ 2 โดยคณะกรรมการร่วมฯจัดตั้งขึ้นภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้านระหว่างสหภาพยุโรปและไทย (EU–Thailand Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement: PCA) เพื่อเป็นกลไกหลักในการกำหนดทิศทางความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปในอนาคตและผลักดันความร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกันโดยมุ่งส่งเสริมสันติภาพเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในทั้งสองภูมิภาคและในวงกว้างยิ่งขึ้น
2. ในการประชุมทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความร่วมมือในปัจจุบันที่มีความลึกซึ้งและมีพลวัตเพิ่มขึ้นในทุกสาขาสำคัญท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะสานต่อและยกระดับความเป็นหุ้นส่วนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยสะท้อนถึงเป้าหมายร่วมกันในระดับโลกและระดับภูมิภาคด้านสันติภาพความมั่งคั่ง พหุภาคีนิยม ระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎกติกาความสามารถในการคาดการณ์ได้และความยั่งยืนตลอดจนค่านิยมร่วมซึ่งรวมถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนธรรมาภิบาล หลักนิติธรรมและหลักการประชาธิปไตยทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเมืองความมั่นคง ยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
3. ไทยและสหภาพยุโรปยินดีต่อความคืบหน้าในการดำเนินงานภายใต้กลไกต่างๆของคณะกรรมการร่วมฯที่มีอยู่ซึ่งรวมถึงคณะทำงานเฉพาะด้านว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและธรรมาภิบาลการค้าและการลงทุนและการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวตลอดจนการประชุมระดับสูงด้านแรงงานและคณะทำงานว่าด้วยการประมงที่ผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม (Illegal, Unreported, and Unregulated Fishing) ในเรื่องนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างการดำเนินงานของกลไกต่างๆดังกล่าวผ่านความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน
4. ในโอกาสวาระครบรอบ 65 ปี ความสัมพันธ์ไทย–สหภาพยุโรปที่กำลังจะมาถึงในปี พ.ศ. 2570 ทั้งสองฝ่ายแสดงความพร้อมที่จะร่วมกันผลักดันการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นโดยต่อยอดจากความร่วมมือที่มีอยู่ความเป็นหุ้นส่วนดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะทำให้ความร่วมมือในทุกด้านมีลักษณะเชิงยุทธศาสตร์และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากยิ่งขึ้นตลอดจนสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ร่วมกันส่งเสริมการประสานงานระหว่างหน่วยงานของทั้งสองฝ่ายให้มีความเป็นเอกภาพและสร้างการประสานพลังเพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกยุโรปและในระดับโลก
5. ไทยและสหภาพยุโรปตระหนักถึงความท้าทายด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นจากภัยคุกคามด้านความมั่นคงข้ามพรมแดนทั้งสองฝ่ายยินดีต่อแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและชื่นชมกิจกรรมความร่วมมือโดยเฉพาะระหว่างหน่วยงานของไทยกับโครงการEnhancing Security Cooperation in and with Asia (ESIWA+) ของสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569 สหภาพยุโรปและไทยได้จัดการหารือแลกเปลี่ยนในประเด็นด้านความมั่นคงซึ่งครอบคลุมความมั่นคงทางทะเลการหลอกลวงทางออนไลน์ภัยคุกคามแบบผสมผสานและความมั่นคงทางไซเบอร์ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะหารืออย่างต่อเนื่องในประเด็นด้านความมั่นคงที่มีความสนใจและผลประโยชน์ร่วมกันรวมทั้งหารือถึงแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการกำหนดรูปแบบและยกระดับการแลกเปลี่ยนดังกล่าว
6. ไทยและสหภาพยุโรปยินดีต่อความคืบหน้าในการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ที่กำลังดำเนินอยู่และมุ่งหวังให้การเจรจารอบที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายนถึงวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569 มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเดินหน้าอย่างรวดเร็วไปสู่การบรรลุความตกลงที่มีคุณภาพสูงทั้งสองฝ่ายได้ทบทวนผลการประชุมคณะทำงานเฉพาะด้านว่าด้วยการค้าและการลงทุนครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569 และหารือถึงแนวทางในการผลักดันประเด็นการค้าทวิภาคีที่มีมาอย่างยาวนานให้มีความคืบหน้ามากยิ่งขึ้นตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการค้า
7. ความร่วมมือระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปในด้านการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศความยั่งยืนเศรษฐกิจหมุนเวียนการวิจัยและนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวมีความก้าวหน้าและได้รับแรงขับเคลื่อนมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสหภาพยุโรปเน้นย้ำว่าวาระด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมและการลดการปล่อยคาร์บอนและยินดีต่อความมุ่งมั่นของไทยในการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรปอาทิกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Regulation on Deforestation-free products - EUDR) กฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) และกฎระเบียบว่าด้วยการออกแบบเชิงนิเวศเพื่อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Eco-design for Sustainable Products Regulation: ESPR) ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ภาคธุรกิจไทยโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
8. ไทยและสหภาพยุโรปเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านการลดการปล่อยคาร์บอนและการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน/ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2593 โดยเฉพาะในด้านการเงินสีเขียวการกำหนดราคาคาร์บอนรวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism - CBAM) ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการพัฒนานโยบายและกฎระเบียบด้านเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่เป็นไปตามมาตรฐานในฐานะประเด็นที่มีศักยภาพสำหรับความร่วมมือความพยายามดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้ไทยสามารถปรับมาตรฐานให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศและมาตรฐานของสหภาพยุโรปมากยิ่งขึ้นและจะสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของทั้งสองฝ่าย
9. ไทยและสหภาพยุโรปยอมรับว่ายุทธศาสตร์Global Gateway เป็นกรอบความร่วมมือในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นและการเชื่อมโยงทางดิจิทัลไทยยินดีต่อแผนการลงทุนของTeam Europe ภายใต้ Global Gateway ในโครงการป้องกันน้ำท่วมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวของชุมชนรวมถึงระบบบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสหภาพยุโรปแสดงความสนใจที่จะขยายความร่วมมือกับไทยภายใต้Global Gateway ในสาขาต่าง ๆเช่นพลังงานรวมถึงระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (smart grids) และโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) และเทคโนโลยีอวกาศ
10. ไทยชื่นชมการตัดสินใจของสหภาพยุโรปในการนำโครงการวีซ่าแบบขั้นบันได (Visa Cascade) มาใช้กับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยประเภทบุคคลธรรมดาซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทยทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงประโยชน์ร่วมกันจากการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนโดยเฉพาะระหว่างนักท่องเที่ยวนักธุรกิจนักเรียนนักศึกษานักวิจัยผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆไทยโดยยึดหลักต่างตอบแทนได้แสดงความสนใจที่จะได้รับการพิจารณาเป็นประเทศผู้สมัครเข้าร่วมมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเชงเก้น (Schengen Visa Exemption) และแสดงความพร้อมที่จะหารือเพิ่มเติมกับสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกโดยคำนึงถึงข้อกำหนดและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องสหภาพยุโรปอยู่ระหว่างติดตามการดำเนินโครงการVisa Cascade ซึ่งคาดว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการเคลื่อนย้ายสำหรับบุคคลในกลุ่มที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีนัยสำคัญ
11. การประชุมคณะกรรมการร่วมสหภาพยุโรป-ไทยยังเป็นโอกาสสำคัญในการหารืออย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งครอบคลุมสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองสิทธิทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมประเด็นด้านความเสมอภาคประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมตลอดจนพัฒนาการด้านกฎหมายต่างๆของทั้งสองฝ่ายทั้งสองฝ่ายยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและระบบพหุภาคีและเห็นพ้องที่จะดำเนินการหารือด้านสิทธิมนุษยชนและธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่องภายใต้คณะทำงานเฉพาะด้านที่จัดตั้งขึ้นสำหรับประเด็นดังกล่าว
12. ไทยและสหภาพยุโรปยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นร่วมกันต่อระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎกติกาและแนวคิดภูมิภาคนิยมตลอดจนการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน–สหภาพยุโรปท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้นไทยชื่นชมข้อเสนอของสหภาพยุโรปในการจัดตั้งความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างอาเซียนกับสหภาพยุโรป (ASEAN–EU Comprehensive Strategic Partnership: CSP) และมุ่งหวังที่จะหารือเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้มั่นใจว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังที่จะกระชับความเป็นหุ้นส่วนอาเซียน–สหภาพยุโรปให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์เพื่อการหารือระหว่างอาเซียนกับสหภาพยุโรปในปี พ.ศ. 2570 และในวาระที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี พ.ศ. 2571
13. ในประเด็นการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบโดยรัสเซียไทยและสหภาพยุโรปย้ำถึงการสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครนภายในพรมแดนที่ได้รับการรับรองในระดับสากลและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไข รวมถึงยุติการโจมตีพลเรือนของทั้งสองฝ่ายเพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาโดยสันติและผ่านช่องทางการทูตอันจะนำไปสู่สันติภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืนสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องนี้ทั้งสองฝ่ายได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรผ่านการส่งออกสินค้าที่มีความอ่อนไหว
14. ในประเด็นสถานการณ์ในตะวันออกกลางไทยและสหภาพยุโรปยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นต่อกฎหมายระหว่างประเทศและการทูตในการแก้ไขความขัดแย้งเพื่อปูทางไปสู่สันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคเสรีภาพในการเดินเรือและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกสำหรับสถานการณ์ในฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ไทยและสหภาพยุโรปย้ำถึงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงโดยทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นรวมถึงเพื่อให้สามารถเข้าถึงและอำนวยความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางให้สอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบสองรัฐ (two-state solution)
15. ในประเด็นเมียนมาทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลสหภาพยุโรปรับทราบถึงความพยายามของไทยในการสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพตลอดจนการตัดสินใจล่าสุดของไทยในการอนุญาตให้ผู้พลัดถิ่นจากเมียนมาสามารถทำงานนอกพื้นที่พักพิงชั่วคราวได้ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาอย่างต่อเนื่องและเรียกร้องให้มีการตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างประสานสอดคล้องกันโดยมีอาเซียนสหประชาชาติพันธมิตรในภูมิภาคและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วม
16. ในประเด็นความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทยไทยยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาโดยสันติผ่านการเจรจาและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่กับกัมพูชาโดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศไทยชื่นชมความร่วมมือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับสหภาพยุโรปผ่านศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมแห่งนครเจนีวา (Geneva International Centre for Humanitarian Demining)
17. การประชุมคณะกรรมการร่วมสหภาพยุโรป-ไทย ครั้งที่ 2 มีนายโดมินิก พอร์เตอร์ รองผู้อำนวยการกรมเอเชียและแปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรป (European External Action Service : EEAS) และนางสาวสมฤดี พู่พรอเนก อธิบดีกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศของไทย เป็นประธานร่วม