แนะนำ ฯพณฯ เอกอัครราชทูต เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เดินทางมาประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายนปี พ.ศ. 2560 และรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ก่อนที่จะย้ายมาทำงานในตำแหน่งปัจจุบัน ท่านทูตเปียร์ก้าเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำสาธารณรัฐมอลโดวาระหว่างปีพ.ศ. 2556 - 2560 ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ท่านทูตสามารถพูดได้ถึง 8 ภาษา คือภาษาฟินแลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน รัสเซีย ยูเครน สวีเดน โรมาเนีย และปัจจุบันท่านกำลังเรียนภาษาไทย
ท่านมีประสบการณ์การทำงานมากมายจากหลายภูมิภาคในโลก ท่านเริ่มต้นทำงานด้านการทูตที่องค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe – OSCE) ในประเทศแถบบอลติก และหลังจากนั้นจึงได้เข้าทำงานกับกระทรวงการต่างประเทศของประเทศฟินแลนด์
ท่านทูตเคยดำรงตำแหน่ง อัครราชทูตของสถานเอกอัครราชฑูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ซึ่งมีอำนาจครอบคลุมประเทศพม่า กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งแต่ปีพ.ศ.2541 ถึง พ.ศ. 2544 หลังจากนั้นท่านย้ายไปดำรงตำแหน่งเดียวกันที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน
ในส่วนของการทำงานด้านการทูตในสหภาพยุโรป ท่านทูตเปียร์ก้าเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสผู้มีความเชี่ยวชาญเรื่องยุโรปตะวันออกในแผนกการวางแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (European External Action Service – EEAS) และที่ปรึกษาอาวุโสให้กับ ดร. ฮาเวียร์ โซลานา ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายร่วมด้านการต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรปในขณะนั้น
ท่านทูตสมรสกับนางโอลก้า ตาปิโอลา และเป็นคุณพ่อของลูกๆ ที่น่ารักสามคน
เมื่อเราถามท่านทูตว่าคิดอย่างไรกับการทำงานในประเทศไทย?
ท่านทูตกล่าวว่า "ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงามมาก และผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กลับมาที่นี่อีก ผมคุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดี เพราะเคยทำงานที่นี่มาก่อนเมื่อช่วงปีพ.ศ.2541 ถึงพ.ศ.2544"
"สหภาพยุโรปและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นกันมากว่าสามสิบปีแล้ว และผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ของเราสามารถจะแน่นแฟ้นกันยิ่งขึ้นอีกได้ ประเทศไทยมีบทบาทในเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในอาเซียน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในทวีปเอเชียโดยรวม ผมมุ่งหวังจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยให้เข้มแข็งมากขึ้นอีกในทุกๆ ด้าน ทั้งความร่วมมือทางการเมือง การค้า ความร่วมมือด้านสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน และวัฒนธรรม ตลอดจนการทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาคเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลกต่างๆ"
"ผมและโอลก้า ภรรยาของผม รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ค้นพบและสัมผัสกับความสวยงามของประเทศไทย บ้านใหม่ของเรา"