แถลงการณ์ร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรปและผู้แทนระดับสูง เนื่องในวันผู้ลี้ภัยสากล 20 มิถุนายน 2563
“วันผู้ลี้ภัยสากลในปีนี้ ได้เดินทางมาถึงในช่วงเวลาเดียวกันกับที่โรคระบาดครั้งใหญ่ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วนับแสนรายทั่วโลก และส่งผลต่อความเป็นอยู่ของคนอีกนับล้าน
สำหรับผู้ลี้ภัย ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ ผู้อพยพ และคนไร้รัฐ ซึ่งโดยปกติก็ไม่อาจเข้าถึงการรักษาพยาบาลและกลไกให้ความคุ้มครองต่างๆ หรือเข้าถึงได้เพียงจำกัดอยู่แล้ว การดำรงชีวิตของพวกเขาในแต่ละวันก็ยิ่งทวีความยากลำบากกว่าเดิม ทำให้คนกลุ่มนี้มีความเปราะบางต่อผลพวงจากวิกฤตการณ์ที่โลกเรากำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้มากกว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ
ในจำนวนประชากรโลกทุกๆ 97 คน จะมีหนึ่งคนที่ต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่นฐานเพราะเหตุความขัดแย้งหรือเพราะการถูกคุกคามต่อชีวิต ณ สิ้นปี 2562 มีคนเกือบ 80 ล้านคนทั่วโลกที่ต้องละทิ้งบ้านเรือนของตนโดยปราศจากทางเลือก ซึ่งในจำนวนนี้ประกอบไปด้วยผู้ลี้ภัย 26 ล้านคน ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย 4.2 ล้านคน ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ 45.7 ล้านคน และผู้พลัดถิ่นชาวเวเนซุเอลาอีก 3.6 ล้านคน
ทุกๆ คน ในทุกๆ ที่ต่างได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยจากไวรัสโคโรนา เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสนั้นแพร่ขยายเป็นวงกว้าง ทำให้การรับมือต้องอาศัยความรวดเร็ว และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนานาประเทศ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้มีใครถูกปล่อยทิ้งไว้ข้างหลัง ด้วยเหตุนี้ มาตรการรับมือในระดับโลกของสหภาพยุโรปจึงต้องให้ความสำคัญแก่กลุ่มประชากรที่เปราะบาง ซึ่งรวมถึงผู้ลี้ภัย มากเป็นพิเศษ สหภาพยุโรปมีความแน่วแน่ที่จะยืนเคียงข้างคนจำนวนนับล้านที่ต้องลี้ภัยจากประเทศของตนเอง ซึ่งในหลายกรณีพวกเขาเหล่านี้ต้องยอมทิ้งครอบครัวของตนเองไว้เบื้องหลัง เนื่องจากที่ที่เคยเป็นบ้านไม่ปลอดภัยสำหรับเขาอีกต่อไป
สหภาพยุโรปยึดถืออนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย อันเป็นกฎหมายระหว่างประเทศฉบับสำคัญที่ใช้ปกป้องผู้ลี้ภัย รวมทั้งคุ้มครองสิทธิของพวกเขาในการแสวงหาที่พักพิง และสิทธิที่จะไม่ถูกผลักดันกลับประเทศต้นทางโดยไม่สมัครใจ ซึ่งเป็นหลักการที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรสิทธิขั้นพื้นฐานของสหภาพยุโรปเช่นเดียวกัน แม้ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดใหญ่ เราก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาหลักการพื้นฐานที่สำคัญๆ ไว้ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือยังสามารถเข้าถึงกระบวนการคุ้มครองระหว่างประเทศ รวมถึงการแสวงหาที่พักพิงและการตั้งถิ่นฐานใหม่ ประเทศที่ประสบปัญหาการระบาดหนักกว่าที่อื่น ซึ่งรวมถึงประเทศที่รับผู้ลี้ภัยเข้าไปพักพิงเป็นจำนวนมาก ต้องได้รับความช่วยเหลือให้สามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างราบรื่น สหภาพยุโรปเองก็ตระหนักถึงความรับผิดชอบของเราในการปกป้องผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและในการสนับสนุนประเทศต่างๆ ในปี 2563 สมาชิกประเทศอียูได้ให้คำมั่นว่าจะรับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศร่วม 30,000 คน ซึ่งถือเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนคำร้องขอตั้งถิ่นฐานใหม่ทั้งหมดทั่วโลกเลยทีเดียว คณะกรรมาธิการยุโรปจะยังให้การสนับสนุนประเทศสมาชิกต่อไปเพื่อให้แต่ละประเทศบรรลุสัญญาที่ให้ไว้
สหภาพยุโรปได้แสดงบทบาทนำให้แก่โลกในการรับมือกับการระบาดครั้งนี้ การทำงานแบบ “ทีมยุโรป” ซึ่งเป็นการนำเงินทุนจากสหภาพยุโรป ประเทศสมาชิก และสถาบันทางการเงินต่างๆ เข้ามารวมไว้เป็นแหล่งเดียวกัน ช่วยให้เราสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางมนุษยธรรมอันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการในระบบสาธารณสุขหรือความต้องการน้ำและสุขาภิบาล ทั้งของผู้ลี้ภัย ผู้อพยพ และผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าวยังช่วยเสริมศักยภาพของประเทศพันธมิตรในการรับมือการระบาด และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะที่เกิดกับประชากรกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้ลี้ภัยและชุมชนที่รับผู้ลี้ภัยเข้ามาอาศัย เช่นที่เมืองค๊อกซ์บาซาร์ในบังคลาเทศ คาคูมาในเคนยา ซาตารีในจอร์แดน และบาร์รังกียาในโคลอมเบีย
ผู้ลี้ภัยอาจเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่บวกได้ ดังจะเห็นได้จากการประชุมระดับโลกว่าด้วยผู้ลี้ภัยซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2562 ที่ทำให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการร่วมแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหานี้ โดยยึดเอาข้อตกลงโลกว่าด้วยเรื่องผู้ลี้ภัยเป็นหลักในการทำงาน ในวันนี้ เราขอแสดงความชื่นชมต่อผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่เป็นแนวหน้าในการรับมือไวรัสโคโรนาในยุโรปด้วยการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง เราตระหนักดีว่าสิ่งที่บุคคลเหล่านี้ทำมีความสำคัญยิ่ง
การช่วยให้ผู้ลี้ภัยสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคมใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ถือเป็นวาระสำคัญวาระหนึ่งสำหรับคณะกรรมาธิการยุโรป ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้ออกมาตรการที่เคร่งครัดเพื่อช่วยให้ผู้ที่เดินทางมาใหม่สามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สวัสดิการสังคม การสาธารณสุข และที่อยู่อาศัย
สหภาพยุโรปก่อตั้งขึ้นบนพื้นฐานของอุดมการณ์ประชาธิปไตย และการเคารพสิทธิมนุษยชน ด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าว เราจะยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างหลักประกันว่าผู้ลี้ภัยจะได้รับการปกป้องคุ้มครอง”
ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ
Maja KOCIJANCIC
โทร. +32 2 298 65 70
อีเมล: maja.kocijancic@ec.europa.eu
Tove ERNST
โทร. +32 2 298 67 64
อีเมล: tove.ernst@ec.europa.eu